• slide001
  • slide001 (คัดลอก)
  • slide001 (คัดลอก) (คัดลอก)
  • slide001 (คัดลอก) (คัดลอก) (คัดลอก)

รอบรู้เรื่องดูแลเล็บ

E-mail Print PDF

 
      ช่วงนี้เวลาออกไปไหนมาไหนก็รู้สึกว่าโลกเรา เป็นสีชมพูไปหมดเลยนะคะ ก็จะมีอะไรล่ะ เพราะเดือนนี้เป็นเดือนที่คนรักกันเขาได้ส่งความรักความห่วงใยให้กันและกันไง เฮ้อ เห็นแล้วก็อดอิจฉาไม่ได้เลยเนอะ คุณผู้อ่านคิดเหมือนส้มจี๊ดหรือเปล่าเอ่ย หรือว่าตอนนี้คุณก็กำลังอินเลิฟอยู่กับคนรัก ยังไงก็ขอให้มีความสุขสมหวังด้วยกันทุกคู่นะคะ แต่สำหรับส้มจี๊ดนั้นยังไม่มีใครก็ขอรักตัวเองไปก่อนแล้วกัน แล้วส้มจี๊ดคิดว่าจะมอบความรักให้ตัวเอง ด้วยการพยายามดูแลสุขภาพให้ดีตลอดไป โดยเฉพาะเรื่องของความสวยงามนั้นไม่พลาดแน่นอน ซึ่งส้มจี๊ดคิดว่าในฉบับนี้เรามาดูแลอวัยวะเล็ก ๆ แต่สำคัญอย่าง เล็บ กันดีกว่า เพราะว่าสุขภาพของเล็บสามารถบ่งบอกถึงการมีบุคลิกที่ดีได้ด้วยค่ะ
 
      การทำความสะอาดเล็บ
      วิธีการล้างทำความสะอาดเล็บนั้น ควรล้างมือและเล็บด้วยน้ำสบู่อุ่น ๆ ใช้แปรงนุ่ม ๆ ขัดตามซอกเล็บเบา ๆ จึงค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาดตาม จากนั้นให้ชโลมด้วยครีมบำรุง เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับมือและเล็บ
 
      ตัดเล็บให้ถูกต้อง
      ลักษณะของการตัดเล็บที่ถูกต้องคือ ควรตัดให้เล็บมีความโค้งมนไปตามนิ้วมือ ส่วนเล็บเท้าให้พยายามตัดเป็นเส้นตรงมากที่สุด เพื่อช่วยลดการสะสมของสิ่งสกปรกตามซอกเล็บ และลดโอกาสในการเกิดเล็บขบ ทั้งนี้ไม่ควรตัดสั้นจนชิดเนื้อมากเกินไปและไม่ควรใช้วัสดุใด ๆ แงะงัดขอบเล็บ จมูกเล็บ เพราะอาจเกิดบาดแผลและการอักเสบขึ้นได้
 
      ช่วงเวลาที่ดีของการตัดเล็บ 
      คือหลังจากอาบน้ำหรือล้างจาน เพราะว่าเล็บจะมีความอ่อนนุ่มซึ่งทำให้ง่ายต่อการตัดแต่ง แต่ถ้าหากไม่อยากรอหลังอาบน้ำก็ให้แช่เล็บในน้ำอุ่นสัก 5 นาทีก่อนตัดเล็บจะช่วยให้ตัดได้ง่ายขึ้นเช่นกัน
 
      ตะไบเล็บให้สวย 
      ตะไบเล็บที่มีใช้กันอยู่นี้ทำมาจากเหล็กและเซรามิก ซึ่งถ้าใช้ตะไบเล็บที่ทำมาจากเหล็ก ควรตะไบเล็บไปในทางเดียวกัน ไม่ควรถูแบบกลับไปกลับมา เพราะจะทำให้เล็บเป็นเสี้ยนคมหรือฉีก แต่หากใช้ตะไบเล็บที่ทำจากเซรามิกสามารถตะไบแบบสวนไปสวนมาได้ โดยควรตะไบเล็บจากขอบเล็บเข้าหาปลายเล็บเสม
 
      ขูดผิวเล็บ 
      การขูดเล็บเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เกิดการผลัดเซลล์ผิว เพื่อทำให้เล็บเงางาม ผิวเล็บเรียบเนียนแลดูมีสุขภาพดีขึ้น โดยการใช้อุปกรณ์ขูดลอกหน้าเล็บ ดันจากปลายเล็บเข้าหาโคนเล็บ หลังจากนั้นใช้แผ่นขัดเล็บซึ่งคล้ายกับกระดาษทรายขัดหน้าเล็บเบา เพื่อ ให้ผิวหน้าเล็บเรียบ สม่ำเสมอ แล้วใช้แผ่นขัดทำ ความสะอาดเล็บ ถูเบา ๆ เพื่อให้ฝุ่นและเศษเล็บที่มอง ไม่เห็นหลุดออกไป จึงใช้แผ่นขัดเงาซึ่งมีเจลาตินเคลือบอยู่ ขัดถูบนหน้าเล็บเบา ๆ ก็จะได้เล็บที่เงางามดูมีสุขภาพดี การขัดเงาเล็บแต่ละครั้งจะอยู่ได้ประมาณ 2 สัปดาห์
 
 
      สีทาเล็บ 
      ในการทาเล็บควรใช้สีทาเล็บที่มีคุณภาพ เพราะจะช่วยถนอมเล็บไปในตัวด้วย ควรหลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ทาเล็บชนิดแห้งเร็วที่มีส่วนผสมของอะซิโตน (acetone) เพราะจะดึงความชุ่มชื้นไปจากเล็บของเรา ทำให้เล็บแห้งและลอกหลุดได้ง่าย
 
      ก่อนทาเล็บ 
      แต่ก่อนการทาเล็บ เราควรใช้น้ำยาเคลือบเล็บชนิดใสทาก่อนที่จะลงสี เพื่อไม่ให้เล็บเสียความชุ่มชื้น และลดการสัมผัสกับสีทาเล็บโดยตรง ซึ่งอาจทำให้เล็บเหลืองได้ง่าย หลังจากนั้นให้เคลือบทับด้วยน้ำยาชนิดใสอีกครั้ง จะช่วยให้สีทาเล็บติดทนนานยิ่งขึ้น
 
      เปลี่ยนสีเล็บบ่อย 
      การที่เราเปลี่ยนสีทาเล็บมากกว่า 1 ครั้ง/สัปดาห์ จะทำให้เราต้องล้างเล็บมากขึ้น และน้ำยาที่ใช้ล้างทำความสะอาดเล็บนี่แหละจะเป็นตัวกัดหน้าเล็บของเราให้กร่อน เป็นหลุม เป็นขุยได้เหมือนกัน ดังนั้น จึงควรมีเวลาให้เล็บได้ว่างเว้นจากการทาสีบ้าง เพราะนอกจากเล็บได้พักผ่อนหรือฟื้นสภาพที่เสียไปแล้ว ยังเป็นโอกาสให้เราได้สังเกตความผิดปกติต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นกับเล็บอีกด้วย
 
      หนังกำพร้ารอบ ๆ เล็บ : เล็บที่ฉีกหรือด้าน
      หากเล็บของคุณเกิดมีหนังกำพร้าอยู่นรอบ ๆ หรือเล็บเกิดฉีกหรือด้าน ให้คุณแช่มือในน้ำอุ่นสักครู่แล้วชโลมด้วยวาสลีนหรือโลชัน จึงใช้เครื่องมือสำหรับดันหนังที่มีลักษณะป้าน หรือใช้ขอบผ้าเช็ดตัวนุ่ม ๆ ดันหนังส่วนเกินออกไปรอบ ๆ หลังจากนั้นก็ใช้กรรไกรสำหรับตัดหนัง โดยตัดเล็มหนังส่วนเกินออก ระวัง ! อย่าตัดลึกจนมากเกินไป เพราะอาจเป็นทางเปิดให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายและเกิดการอักเสบขึ้นได้ค่ะ
 
      เกิดเล็บขบ
      เมื่อเกิดอาการเล็บขบไม่ควรนำของแหลมคม ไปแงะบริเวณที่เกิดอาการ แต่ควรหมั่นดูแลรักษา ความสะอาด โดยอาจใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์เช็ดรอบ ๆ หรืออาจใช้สำลีสะอาดชิ้นเล็ก ๆ ไปดันไว้ระหว่างเล็บกับผิวหนัง เพื่อไม่ให้เล็บขบนั้นทิ่มเข้าไปในเนื้อจนเกิดแผล แต่ถ้าหากเกิดการบวมและมีหนองมาก ควรไปพบแพทย์เพื่อทำการเจาะระบายหนองออก และเมื่อหายจากอาการเล็บขบแล้ว ก็ควรหันมาเลือกรองเท้าที่สวมใส่สบายและตัดเล็บให้ถูกวิธีด้วยนะคะ
 
      เล็บเหลืองเพราะทาเล็บ
      ให้รักษาอาการเล็บเหลืองนี้ได้โดยวิธีผ่าลูกมะนาวแบ่งครึ่ง มาถูบนเล็บที่เหลืองบ่อย ๆ แล้วชโลมด้วยครีมบำรุง อีกวิธีหนึ่งให้นำน้ำอุ่นผสมน้ำมะขามเปียกพอประมาณมาแช่เล็บมือ-เล็บเท้า ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก วิธีสุดท้าย ใช้สำลีชุบน้ำส้มสายชูที่หมักจากแอปเปิลมาวางแปะไว้บนผิวเล็บ ประมาณ 1 นาที ก็จะช่วยแก้ปัญหาเรื่องเล็บเหลืองได้
 
      การต่อเติมเล็บหรือตกแต่งประดับเล็บ
      นอกจากการดูแลเล็บให้มีสุขภาพดีด้วยวิธีข้างต้นแล้ว การแต่งแต้มสีให้เล็บด้วยสีสดใสหรือสีอ่อน ๆ ก็สามารถทำให้เล็บดูดีได้เช่นกัน แต่ก่อนจะตกแต่งเล็บนั้นเรามาดูอุปกรณ์สำหรับการแต่งเล็บว่ามีอะไรบ้าง 
      1. ยาล้างเล็บ เลือกชนิดไม่แรงเกินไปเพื่อเล็บจะได้ไม่แห้ง
      2. กรรไกรตัดเล็บ อย่างที่ช่างทำเล็บใช้
      3. ตะไบ จะมี 2 ด้าน คือ ด้านขรุขระ เอาไว้ตะไบเล็บให้สั้นมนได้รูป ผิวด้านเรียบเอาไว้แต่งปลายเล็บให้เรียบ
      4. รองพื้นยาทาเล็บ (Base Coat) จะมีสีอ่อนใสแทบมองไม่เห็นสี ช่วยให้สียาทาเล็บทนนานกว่าปกติ และป้องกันไม่ให้เล็บเหลือง
      5. สีทาเล็บ จะเป็นสีอะไรก็ได้ซึ่งเป็นสีที่คุณชอบ
      6. ยาเคลือบเงาหรือชักเงา (Nail Polish) มีเอาไว้ทาหลังจากทาสีเล็บแล้ว ซึ่งจะช่วยให้เล็บไม่เปราะง่าย
      ทั้งนี้ควรทำโดยผู้ที่มีความรู้ความชำนาญ และต้องใช้อุปกรณ์ที่สะอาดและมีคุณภาพ ไม่เช่นนั้นอาจเกิดการแพ้หรือการสะสมของเชื้อโรค แล้วถ้าหากชื่นชอบ การต่อเล็บและตกแต่งเล็บด้วยเครื่องประดับ ต้องหมั่นสังเกตดูว่า เล็บเกิดมีจุดดำ หรือเปลี่ยนสี หรือผิดรูปหรือเปล่า เพื่อรับมือปัญหากวนใจเรื่องเล็บ
 
      วิธีทำเล็บสไตล์ญี่ปุ่น
      ว่าแล้วส้มจี๊ดก็มีวิธีการทำเล็บให้สวยสไตล์ญี่ปุ่นมาบอกกันดังนี้ค่ะ
      • เคลือบเล็บด้วยสีมุกแล้วใช้กลิทเตอร์เคลือบทับตรงส่วนที่ต้องการเน้นความโดดเด่นเป็นพิเศษ
      • ตัดสติกเกอร์ติดเล็บ จัดวางบนเล็บตามตำแหน่งที่ต้องการ
      • ติดสติกเกอร์เพชรตามชอบ กดกลิทเตอร์ให้แน่นเพื่อความทนทานของเล็บสวย
      • รอให้ชั้นสีที่ทาครั้งแรกแห้งสนิท ค่อยทาสี กลิทเตอร์ทับ
      • ใช้สีเคลือบชนิดใสทาเคลือบชั้นบนสุดหลังติดสติกเกอร์
 
 
      เลือกใช้อุปกรณ์เกี่ยวกับเล็บอย่างไรดี ?
      กรรไกรตัดเล็บหรือมีดตัดเล็บ มี 3 ประเภท ได้แก่
      • แบบคลิปเปอร์ คืออุปกรณ์ตัดเล็บที่เราคุ้นเคยกันดีที่สุด และใช้บ่อยที่สุด ความโค้งของปากตัดมีน้อย เหมาะสำหรับการตัดเล็บให้สั้น ไม่เหมาะสำหรับการแต่งเล็บที่มีความยาว หลังการตัดจะก่อให้เกิดความคมของเล็บทำให้ต้องตะไบซ้ำ
      • แบบคีม เหมาะหรับการตัดเล็บที่มีความแข็งมาก และปลายแหลมของคีมช่วยให้การตัดเข้าซอกเข้ามุมทำได้ง่าย และต้องตะไบตามเช่น กัน อายุการใช้งานจะนานกว่า และเมื่อหมดความคมก็สามารถนำไปลับคมกลับมาใช้อีกได้
      • แบบกรรไกร ปลายกรรไกรจะโค้งเล็กน้อย เหมาะสำหรับการตัดแต่งเล็บให้เป็นรูปทรงต่างๆ เพื่อความงามมากที่สุด เพราะไม่ก่อให้เกิดเสี้ยนเล็บ ไม่ต้องตะไบตาม แต่ไม่เหมาะสำหรับการตัดเล็บแข็งและสามารถลับให้คมได้เมื่อความคมหมดไป
 
      อุปกรณ์สำหรับตัดหนัง มี 2 ประเภท ได้แก่ 
      • แบบคีม เหมาะกับการตัดหนังตามซอกเล็บมากกว่า เพราะจะง่ายต่อการใช้งาน
      • แบบกรรไกร ใช้เล็มหนังที่ไม่อยู่ตามซอกเล็บ และการใช้งานกรรไกรตัดหนังนั้นต้องให้ปลายกรรไกรด้านโค้งหันออกจากหนังที่ตัดเสมอ
 
      ตะไบเล็บ มี 2 ประเภท ได้แก่ 
      • แบบโลหะ ข้อดีคือราคาถูกกว่าแต่อายุการใช้งานสั้น หาซื้อง่ายและใช้กันทั่วไป การตะไบด้วยตะไบโลหะนั้นต้องตะไบไปในทิศทางเดียว ไม่เช่นนั้นเล็บจะเกิดเสี้ยนคม
      • แบบเซรามิก มีราคาแพงกว่า อายุการใช้งานยาวกว่า และสามารถตะไบเล็บสวนทางกลับไปมาได้ แต่ต้องใช้อย่างระวังไม่ให้หล่นบ่อย ๆ เพราะจะแตกเสียหาย
 
      อุปกรณ์แคะเล็บ (nail cleaner) มีลักษณะปลายแหลมแต่ไม่คม และมีความโค้งเป็นหลังเต่าใช้สำหรับแคะสิ่งสกปรกออกจากใต้เล็บหรือซอกเล็บ นอกจากนี้ ยังใช้ดันหนังรอบเล็บได้ด้วย 
 
      อุปกรณ์สำหรับขูดผิวเล็บ (nail scraper) มีลักษณะแบนและปลายมน ไว้สำหรับขูดเบา ๆ บนหน้าเล็บ เพื่อทำความสะอาด กำจัดขี้ไคลเล็บ และช่วยให้ผิวเล็บเรียบขึ้น นอกจากนี้ ยังเป็นการผลัดเซลล์ผิวหน้าเล็บอีกด้วย 
 
      nail knife เป็นอุปกรณ์ที่มีปลายเหมือนมีดขนาดเล็ก มี 2 แบบ ได้แก่ 
       • แบบมีดทั่วไป ไว้สำหรับกรีดตัดหนังส่วนเกินที่อยู่ติดกับเนื้อเล็บ แต่ความคมของมีดนี้ไม่สามารถก่อให้เกิดบาดแผลในระหว่างการใช้งานได้
      • แบบที่สอง เป็นรูปตัววีคว่ำ ความคมจะอยู่ตรงขอบด้านในของตัววี มีไว้สำหรับตัดขูดหนังข้างเล็บ โดยให้มุมของตัววีแนบไปกับขอบเล็บดันจากโคนเล็บออกไปหาปลายเล็บเบา ห้ามสวนทางเป็นอันขาด เพราะจะทำให้เกิดแผลปากฉลามขึ้นได้
 
      แผ่นขัดเงาเล็บ ใน 1 แผ่นจะมี 3 ส่วน คือ ส่วนขัดหยาบ ทำให้ผิวหน้าเล็บเรียบสม่ำเสมอ ส่วนที่สองใช้ขัดเพื่อปัดเศษสิ่งสกปรกออกจากเล็บ ส่วนที่สามคือส่วน ที่ใช้ขัดเงาเล็บ ส่วนนี้จะมีเจลาตินเคลือบอยู่ เมื่อถูเบา ๆ บนเล็บจะทำให้เจลาตินนั้นเคลือบผิวหน้าเล็บให้ เงางาม 
 

      หลังใช้งานอุปกรณ์เกี่ยวกับเล็บแล้วอย่าลืมทำความสะอาดทุกครั้งนะคะ อุปกรณ์ที่เป็นโลหะก็ล้างทำความสะอาดด้วยน้ำสบู่ เช็ดและผึ่งให้แห้ง ถ้ามีข้อต่อก็หยอดน้ำมันเสียหน่อย กันฝืดและกันสนิม
      และเพื่อให้เล็บมีสุขภาพดีจากภายในสู่ภายนอก เราควรรรับประทานอาหารที่ช่วยบำรุงผิวด้วยอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะอาหารที่มีโปรตีน วิตามิน ธาตุเหล็กและสังกะสีมาก เช่น เนื้อแดง อาหารทะเล ผลไม้ ผักใบเขียว และถั่วเมล็ดแห้ง ที่สำคัญซึ่งขาดไม่ได้คือ น้ำสะอาด ค่ะ เพราะน้ำจะช่วยให้เซลล์ผิวหนังชุ่มชื้นตลอดเวลา
      แม้เล็บเป็นอวัยวะที่เล็ก ๆ ก็จริง แต่เราก็ไม่ควรละเลย เพราะนอกจากการดูแลเล็บเป็นประจำอย่างถูกวิธี ซึ่งจะส่งผลให้เรามีบุคลิกภาพที่ดีแล้ว ยังช่วยไม่ให้เล็บเสื่อมสภาพเร็ว ลดปัญหาและความเสี่ยงต่อการเกิดโรคต่าง ๆ อีกด้วยนะคะ

Last Updated ( Monday, 02 May 2011 04:20 )